Hot Products  
เซนจูเรีย ฟิชออยล์ ชนิด 50 แคปซูล
(USA)
[อ่านต่อ]
เซนจูเรีย แคลเซียม โททอล ชนิด 60 เม็ด
(USA)
[อ่านต่อ]
เอวา เก๋ากี้สกัด
โกจิ เบอร์รีสกัด
[อ่านต่อ]
 
 
   
Home
Products
Aboutus
Contactus
Shopping  
 

แปะก๊วย (Ginkgo biloba L.)

 
แปะก๊วย (Ginkgo biloba L.)  เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบมีลักษณะคล้ายพัด ใบของแป๊ะก๊วยถูกใช้ในทางการแพทย์ของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงในปี ค.ศ.1436 โดยใช้สมุนไพรแป๊ะก๊วยในการบำบัดอาการไอ หอบหืด และภาวะภูมิแพ้ต่างๆ ในช่วง 40ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผลการศึกษาวิจัยกว่า 400 เรื่องตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางการแพทย์ที่ยืนยันในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ปัจจุบันมีการใช้สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยกันอย่างแพร่หลายในยุโรปและอเมริกา เพื่อหวังผลให้เลือดลมไหลเวียนดี บำรุงสมอง รวมถึงเพิ่มความคิดความจำให้ดีขึ้น  ส่วนในประเทศเยอรมันสารสกัดใบแป๊ะก๊วยถูกใช้เพื่อเป็นยาบำรุงในผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของสมองส่วนซีรีบรัม อันเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ หูอื้อ, มึนงง

สารออกฤทธิ์ในสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย มีสารสำคัญ 2กลุ่ม

1. สารกลุ่มเทอร์ปีนอยด์ ประกอบด้วยสาร sesquiterpene ได้แก่ ไบโลบาไลด์ (bilobalide) และ
ไดเทอร์ปีนคีโตน5 ชนิดรวมเรียกว่า กิงโกไลด์” (ginkgolides) ได้แก่ ginkgolides A, B, C, J และ M

2. สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ในแป๊ะก๊วยมี flavonoid มากกว่า 30 ชนิด โดยเฉพาะ flavonoid glycoside โดยมีส่วน aglycone เป็นฟลาโวนอยด์หลัก 2 ชนิดคือ quercetin และ kaemferol เช่น quercetin-3-rhamnoside, kaemferol-3-rhamnoside, quercetin-3-rutinoside ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ในใบยังมีสารจำพวก biflavonoids หลายชนิด เช่น amentoflavone, bilobetin, ginkgetin, iso-ginkgetin เป็นสารที่พบเฉพาะในใบแป๊ะก๊วยเท่านั้น ซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้

· เป็นสารต้านอนุมูลอิสรประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

· เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น

· เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดเส้นเล็กๆ ส่งผลให้การนำพาออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงสมอง และส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น

· ต่อต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดได้

ประโยชน์ของใบแปะก๊วยที่ใช้ในทางการแพทย์ จากผลการศึกษาวิจัยกว่า 400 เรื่องช่วยยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยในการป้องกันและรักษาภาวะต่างๆ ดังนี้

1. ช่วยบรรเทาอาการและชะลอความเสื่อมของสมองได้ ช่วยฟื้นฟูความทรงจำในผู้ป่วยสมองเสื่อม ช่วยเพิ่มความจำ ความคิด และการเรียนรู้ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ (cerebral insufficiency) ช่วยลดภาวะซึมเศร้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำระยะสั้นได้ เพราะจากการทดลองพบว่าสารสกัดแป๊ะก๊วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่สมองของหนูขาวได้ เนื่องจากฤทธิ์ในการยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด (antiplatelet aggregation) รวมถึงการให้สารสกัดแป๊ะก๊วยในหนูถีบจักรสามารถกระตุ้นการ uptake ของ choline ที่ hippocampus และลดการสูญเสียของ muscarinic receptor และ alpha-2-adrenoreceptor ที่มักจะพบได้เมื่อมีอายุมากขึ้น และยังพบว่าสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยทำให้ cognitive performance และ social function ดีขึ้น ทำให้อาการความจำเสื่อมในระดับอ่อนถึง ปานกลางพัฒนาขึ้น

จากการทดลองของในปี 1980 กับผู้ป่วยที่มีอาการบกพร่องเรื้อรังของสมองส่วนซีรีบรัมและหลอดเลือด 80 คน พบว่าใบแป๊ะก๊วยช่วยให้มีพัฒนาการทางความจำ ความคิด และการนอนหลับได้ดีขึ้น ต่อมาในปี 1986 ได้มีการทดลองในผู้ป่วย 166 คน ที่ได้รับใบแป๊ะก๊วยพบว่ามีการพัฒนาการดีขึ้นในด้านสมอง, อารมณ์ และความรู้สึก ส่วนในปี 1989 ได้มีการทดลองในผู้ป่วย 96 คนที่มีอาการรุนแรงทางสมองในส่วนซีรีบรัม พบว่ามีพัฒนาการดีขึ้นถึง 50% เทียบกับกลุ่มให้ยาหลอกซึ่งดีขึ้นเพียง 25% จากนั้น ในปี 1994 ได้มีการทดลองในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ 40 คนที่ได้รับใบแป๊ะก๊วยพบว่า 90.5% มีความจำและสมาธิดีขึ้น มีความเร็วในการตอบสนองทางดวงตามากขึ้น และจากการวิจัยให้ผู้หญิงอาสาสมัครสุขภาพดี อายุเฉลี่ย 32 ปี รับประทานสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย พบว่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ สรุปได้ว่าสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย สามารถเพิ่มการจดจำ การคิด และการเรียนรู้สำหรับวัยกลางคนได้ ไม่จำกัดเพียงแค่คนสูงอายุเท่านั้น

2.ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดส่วนปลายแขน ขาอุดตันได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาพบว่าสารพวก flavonoid ในสารสกัดแป๊ะก๊วยมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เนื่องจากไปกระตุ้นการสร้าง prostacyclin และกระตุ้นการหลั่ง nitric oxide ซึ่งมีผลทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อหลอดเลือด การวิจัยในผู้ป่วยหลอดเลือดดำอักเสบที่ขา โดยให้รับประทานสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย พบว่าสามารถเดินได้ไกลกว่าผู้ป่วยที่ไม่รับประทานถึง 34 เมตร จากการทดลองในปี 1998 กับกลุ่มผู้ป่วย 111 คนที่รับประทานใบแป๊ะก๊วยนั้นพบว่ามีส่วนช่วยลดอาการปวดซึ่งมีสาเหตุจากการเดิน โดยช่วยให้เดินเป็นระยะทางได้ไกลขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งยังเพิ่มการไหลของเลือดเพื่อเข้าไปเลี้ยงแขนขาได้ดีขึ้น

3.สภาวะการหายใจ การวิจัยในปี 1996 พบว่าใบแป๊ะก๊วยมีประสิทธิภาพในการป้องกันผู้ที่มีอาการ AMS (Asthma & Acute Mountain Sickness : ภาวะการผิดปกติของหายใจขณะขึ้นที่สูง) ซึ่งจะเกิดอาการขึ้นเพียง 13.6% ในผู้ที่ได้รับใบแปะก๊วย และ 81.8% ในกลุ่มผู้ที่กินยาหลอก ต่อมาในปี 2001 ได้มีการทดลองในผู้ป่วย 40 คน พบว่าใบแป๊ะก๊วยช่วยลดความรุนแรงของโรค AMS ได้ถึง 33% เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้รับประทานยาหลอกซึ่งมีความรุนแรงของโรคถึง 68%

4. สภาวะหูอื้อ การทดลองปี 1986 พบว่าผู้ป่วยหูอื้อที่ได้รับสารสกัดแป๊ะก๊วยมีพัฒนาการดีขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ให้ยาหลอก และการทดลองผลต่อการทรงตัว และการได้ยิน พบว่าสารสกัดแป๊ะก๊วยสามารถเพิ่มการเกิด action potential ของเส้นประสาท cochlea หลังการถูกทำลายในหนูตะเภาได้ และสามารถทำให้การทรงตัวดีขึ้น หลังการฉีดสารสกัดแป๊ะก๊วยแก่หนูขาวที่ vestibular nucleus ด้านหนึ่งถูกทำลายไป

5.การทดลองในปี 1998 ที่ทดลองกับบุคคลทั่วไป 63 คน โดยให้ได้รับใบแป๊ะก๊วยทุกวันพบว่าส่งผลดีต่อระบบสืบพันธุ์ในผู้ชายถึง 91% และในผู้หญิง 76%

6. สารที่สกัดได้จากใบแป๊ะก๊วยมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Free radical) ในบริเวณตา ป้องกันการ เกิดโรคเบาหวานขึ้นตาได้

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วยเหมาะกับ  ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้ที่ใช้สมอง ความคิด ความจำในการทำงาน ซึ่งส่งผลให้สมองเครียดและสร้างอนุมูลอิสระขึ้นมาทำลายเซลล์สมอง และผู้สูงอายุ

เอกสารอ้างอิง

1. นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ. สมองกับความเสื่อม. http://www.vibhawadee.com

2. A peer review journal of American Academyof Family Physicians.2003, Vol.68/No.5

3. Bauer U.1984. 6-month double blind randomized clinical trial of Ginkgo biloba extract versus versus placebo in two parallel groups in patient suffering. Peripheral arterial insufficiency. 34:716-20

4. Ernst E. & Stevinson C.1999 Ginkgo biloba for Tinnitus: a review. Clin. Otolaryngol. 24:164-167

5. Hindmarch I,Subhan Z. 1984. The psychopharmacological effects of Ginkgo biloba extract in normal healthy volunteers. Int J Clin Pharmacol Res: 89-93

6. Joseph E.Pizzorno,Michael T.Murrray.2000.Textbook of natural medicine.Vol 2. 751-759

7. Ian maidment.2001. The use of ginkgo biloba in the treatment of dementia. Drug information quarterly. 353-356

8. The American Botanical Council, Mark Blumenthal : p 185-200

9. Victor S. Sierpina.2003. American Family Physician. vol 5. 923-926

 
   
Copyright 2006 by Bio Panax Development (Thailand) Co., Ltd. E-Mail : Info@biopanax.com