Hot Products  
เซนจูเรีย ฟิชออยล์ ชนิด 50 แคปซูล
(USA)
[อ่านต่อ]
เซนจูเรีย แคลเซียม โททอล ชนิด 60 เม็ด
(USA)
[อ่านต่อ]
เอวา เก๋ากี้สกัด
โกจิ เบอร์รีสกัด
[อ่านต่อ]
 
 
   
Home
Products
Aboutus
Contactus
Shopping  
 

กรดอัลฟ่าไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid)

คืออะไร?

                กรดอัลฟ่าไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid) หรือ ALAพบมากที่ตับและเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย รวมทั้งในผักและผลไม้บางชนิด ALA เป็นสารอาหารที่มีลักษณะคล้ายวิตามิน สามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน ทำให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย และสามารถซึมผ่านเข้าไปในชั้นลึกสุดของเซลล์ในระดับ DNA จึงช่วยชะลอความเสื่อมได้ในระดับเซลล์ ตลอดจนผ่านแนวกั้นในสมอง (Blood-brain barrier) ได้อีกด้วย

ร่างกายสามารถสังเคราะห์ ALA ขึ้นเองได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อการช่วยไมโตคอนเดรีย (mitochondria) เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงานเท่านั้น ไม่ได้ผลิตให้เหลือพอที่จะใช้ส่งเสริมสุขภาพด้านอื่น

เมื่ออายุมากขึ้นหรือร่างกายอยู่ในสภาวะอ่อนแอ ร่างกายจะผลิต ALA ได้น้อยลง ดังนั้นเพื่อการส่งเสริมสุขภาพที่ดีขึ้น จึงมีการคิดค้นเพื่อผลิตในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขึ้น

การทำงานของ ALA ส่งผลดีต่อสุขภาพ ดังนี้

ประสิทธิภาพทางด้านความงาม

ส่งเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ (Universal Antioxidant)

                กรดอัลฟ่าไลโปอิก (ALA)  นอกจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพแล้ว อีกสิ่งที่โดดเด่นก็คือ ช่วยฟื้นฟูสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินซี, วิตามินอี, กลูต้าไธโอน และ โคเอ็นไซม์คิว10  ที่หมดประสิทธิภาพไปแล้วจากการทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระ ให้กลับมาอยู่ในรูปที่ใช้งานได้อีก และยังเป็นสารทดแทนในกรณีที่สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ขาดแคลน เช่น เมื่อระดับของวิตามินซี หรือวิตามินอี ที่เก็บสะสมอยู่ในร่างกายมีระดับต่ำลง ALA จะสามารถเข้าทำงานทดแทนได้ชั่วคราว ทำให้ ALA ได้รับการขนานนามว่าเป็น Universal Antioxidant ซึ่งส่งผลดีทางด้านความงาม ดังนี้

- ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ลดริ้วรอยและความแห้งกร้าน เพราะประสิทธิภาพในการปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระได้ในระดับเซลล์ และช่วยลดขนาดของรูขุมขน จึงทำให้ต่อมไขมันทำงานได้น้อยลง รูขุมขนจึงกระชับและมีผิวที่เรียบเนียนมากขึ้น นอกจากนี้ จากการทดลองในอเมริกา ยังพบว่า สามารถลดริ้วรอยแบบตื้น ได้ถึง 52% เมื่อรับประทานต่อเนื่องกัน นาน 3 เดือน

- ผิวขาวกระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ  เพราะ ALA ช่วยดึงกลูต้าไธโอนที่เสื่อมสภาพไปแล้ว ให้กลับมาอยู่ในรูปแบบที่ใช้งานได้อีก จึงเป็นการช่วยเพิ่มระดับกลูต้าไธโอนให้มากขึ้น ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น และช่วยขับล้างสารพิษตกค้างในตับ ร่างกายจึงมีสุขภาพดีทั้งภายนอกและภายใน นอกจากนี้ ALA ยังลดการระคายเคืองผิวจากรังสี UV และมลภาวะต่างๆ ทั้งยังทำให้เม็ดสีผิวสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับจากการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ จึงทำให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ        

- ลดการอักเสบและการเกิดสิว  จากความสามารถในการทำให้ วิตามินซี, วิตามินอี ที่เสื่อมสภาพแล้วให้กลับมาทำงานได้อีก จึงทำให้สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากงานวิจัย ยังพบว่า ALA ช่วยรักษาการอักเสบของสิว เพราะมีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ

ประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

                ALA มีหน้าที่หลักในเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้กลายเป็นพลังงาน โดยมีคุณสมบัติเสริมการออกฤทธิ์กับอินซูลิน โดยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนในการย่อยสลายน้ำตาลให้เป็นพลังงาน และทำลายอนุมูลอิสระที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการสลายน้ำตาลกลูโคสภายในเซลล์ จึงมีผลในการลดระดับน้ำตาล และอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน เช่น โรคเกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบ, อาการชาตามปลายมือ-ปลายเท้า, ต้อกระจก ซึ่งงานวิจัยจาก University of California  USA พบว่า การรับประทาน ALA ในปริมาณ 25 mg/kg . สามารถป้องกันโรคต้อกระจกได้ถึง 60% ด้วยการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพดังกล่าว ทำให้หลายประเทศอนุมัติให้ ALA เป็นยารักษาโรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน

ตัวอย่างผลการศึกษาเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

1.   Ziegler et al, 2006 ศึกษาผลการใช้ ALA ในผู้ป่วยเบาหวานโดยให้รับประทาน ครั้งละ 600 มก. วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลานาน 5 สัปดาห์ พบว่าจะช่วยลดอาการเสื่อมของปลายประสาท ได้แก่ อาการปวด, ปวดแสบ, ปวดร้อน และอาการชาในผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก

2.   JR Hahm et al, 2004 ศึกษาผลการใช้ ALA ในผู้ป่วยเบาหวานโดยให้รับประทาน ครั้งละ 600 มก. วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลานาน 8 สัปดาห์ แล้วประเมินผลที่ 4 และ8 สัปดาห์  พบว่าที่ 4 สัปดาห์ อาการเสื่อมของปลายประสาทลดลง ได้แก่ อาการปวด, ปวดแสบ, ปวดร้อน และอาการชา อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก และที่ 8 สัปดาห์ อาการเสื่อมของปลายประสาทต่างๆ จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย

                ALA ทำหน้าที่เป็น chelating agent โดยจับกับโลหะหนักที่เป็นพิษกับร่างกาย เช่น สารหนู, แคดเมี่ยม, ปรอท, ตะกั่ว แล้วขับออกจากร่างกาย รวมถึงช่วยล้างสารพิษและต้านอนุมูลอิสระในตับ ซึ่งเป็นการปกป้องร่างกายไม่ให้ได้รับความเสียหายจากสารแปลกปลอมต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับของธาตุเหล็กและทองแดง ซึ่งเป็นแร่ธาตุจำเป็นของร่างกายให้อยู่ในระดับที่พอดีกับการใช้งานภายในร่างกาย

ลดระดับไขมันในเส้นเลือด และความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

                ALA ช่วยลดคลอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันการเกิดคราบพลัค(plaque) ที่ก่อตัวบริเวณผนังหลอดเลือด รวมทั้งลดอาการหลอดเลือดแข็งตัวและหลอดเลือดแดงเปราะ ซึ่งถือเป็นการลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด, โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ตลอดจนลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ

ผู้ที่เหมาะสำหรับ กรดอัลฟ่าไลโปอิก  (ALA)

1. ผู้ต้องการบำรุงสุขภาพทางด้านความงาม

2. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

3. ผู้ที่ต้องการเสริมการทำงานกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ได้แก่ วิตามินซี, วิตามินอี, กลูต้าไธโอน และ โคเอ็นไซม์คิว10

ขนาดรับประทาน

                เทียบขนาดรับประทานจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กรดอัลฟ่าไลโปอิก (ALA) ที่ได้รับมาตรฐานสากล จากประเทศสหรัฐอเมริกา

1. เพื่อความงามและต้านอนุมูลอิสระ แนะนำให้รับประทาน ขนาด 50-100 มก./วัน

2. เพื่อเพิ่มความไวต่ออินซูลินและโรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน แนะนำให้รับประทาน ขนาด 300-600 มก./วัน

*สามารถรับประทานได้สูงสุด 300 – 600 มก./วัน ในผู้ที่ร่างกายทำงานไม่ปกติ เช่น โรคเบาหวาน, ระบบประสาทเสื่อม, โรคที่เกิดจากปลายประสาททำงานผิดปกติ, โรคตับ, อัมพาต ฯลฯ แต่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ อย่างเคร่งครัด    

 
   
Copyright 2006 by Bio Panax Development (Thailand) Co., Ltd. E-Mail : Info@biopanax.com