Hot Products  
เซนจูเรีย ฟิชออยล์ ชนิด 50 แคปซูล
(USA)
[อ่านต่อ]
เซนจูเรีย แคลเซียม โททอล ชนิด 60 เม็ด
(USA)
[อ่านต่อ]
เอวา เก๋ากี้สกัด
โกจิ เบอร์รีสกัด
[อ่านต่อ]
 
 
   
Home
Products
Aboutus
Contactus
Shopping  
 
News Update

เบาหวานภัยใกล้ตัว

            ปัจจุบันโรคเบาหวานถือได้ว่าเป็นเป็นโรคที่นิยมเป็นมากและสามารถพบได้ทั้งหญิงและชาย ในอัตราส่วน

ที่ใกล้เคียงกัน สาเหตุหลัก ๆ ของโรคมักเกิดจากความอ้วน และ การขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นหลัก

จึงทำให้โรคนี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในประเทศไทย


          สาเหตุหลักของการเกิดโรคเบาหวานนั้น มักมาจากอวัยวะควบคุมระดับน้ำตาลภายในร่างกายได้ทำงานเสื่อมลง

จนไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลที่มีอยู่ในเลือดได้ ซึ่งโดยปกติกลไกของร่างกายเมื่อเรารับประทานอาหารอะไรก็ตาม

ที่เป็นน้ำตาลเข้าไป เราจะเรียกอาหารกลุ่มนั้นว่าเป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและอาหารกลุ่มนี้นี่เองที่จะถูกย่อยสลายให้เป็น

โมเลกุลขนาดเล็กๆหรือเป็นน้ำตาลโมเลกุลเชิงเดี่ยวก่อน และหลังจากนั้นก็จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดโดยผ่าน

ทางลำไส้ เมื่อน้ำตาลถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดแล้วก็จะไหลเวียนเข้าไปทั่วร่างกายของเราโดยมีเลือดทำหน้าที่

เดินทางผ่านเข้ามายังบริเวณตับอ่อน ซึ่งภายในตับอ่อนก็จะมีตัวตรวจจับน้ำตาลในเลือด โดยจะมีการตรวจสอบว่า

มีปริมาณน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยเพียงใด และหากพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ตับอ่อนก็

จะหลั่งสารที่เรียกว่า อินซูลินออกมา ซึ่งสารอินซูลินนั้นเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่สร้างมาจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน

อินซูลินที่หลั่งออกมาจากตับอ่อนนั้นก็จะเป็นตัวพาน้ำตาลที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดจากการรับประทานอาหารให้ไหล

ออกนอกกระแสเลือดโดยไหลซึมเข้าไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกายเพื่อนำไปเผาผลาญและใช้เป็นพลังงานตามที่ร่างกาย

ต้องการต่อไป แต่ถ้าหากไม่มีอินซูลินหลั่งออกมาจากตับอ่อนแล้วน้ำตาลที่ถูกดูดซึมจากลำไส้และลอยอยู่บริเวณ

กระแสเลือดก็จะไม่สามารถไหลออกมานอกกระแสเลือดได้ซึ่งจะทำให้น้ำตาลขังอยู่ในเลือดนั้น สาเหตุนี้เอง

จึงทำให้เราเกิดอัตราเสี่ยงกลายเป็นโรคเบาหวาน ที่ยังคงพบมากในปัจจุบัน

            โรคเบาหวาน เป็นความผิดปกติเนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในร่างกายไปใช้ได้อย่างเต็มที่

สาเหตุเนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนชนิดนี้ได้ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง

            เบาหวาน 2 ชนิด ที่ควรรู้จัก คือ

            1. เบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดนี้พบได้น้อย จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมน

คือ เกิดจากร่างกายผลิตฮอร์โมนได้น้อย พบได้ค่อนข้างน้อยประมาณ 5-10 %


            2. เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พบได้ประมาณ 90-95% ข้อแตกต่างของเบาหวานทั้ง 2 ชนิดคือ ชนิดที่ 1 ไม่สามารถป้องกันได้

แต่ชนิดที่ 2 ป้องกันได้ที่ ร้อยละ 80 โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารนั่นเอง

  

          วิธีดูแลสุขภาพก่อนเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

·       หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน เค็ม และพยายามเพิ่มอาหารจำพวกผัก และผลไม้ที่รสไม่หวาน

 

        ปรับเปลี่ยนวิธีในการปรุงอาหารจากการทอด หรือใช้น้ำมัน เป็นการตุ๋น นึ่ง ต้ม

 

·       เลิกสูบบุหรี่และควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่สำหรับท่านที่ไม่สูบบุหรี่

 

·       ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

·       ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

·       ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ตรวจสอบอย่างง่าย คือ หญิงรอบเอวไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร

 

        ชายรอบเอวไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร

 

·       ทำจิตให้ผ่อนคลาย และ ใช้เวลาว่างในการผักผ่อน

 

·       หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และในผู้ที่มี อายุ 35  ปี ขึ้นไป ควรตรวจอย่างน้อยปีละ  1 ครั้ง

 

·       ควบคุมระดับความดันโลหิต ไม่ให้เกินค่าปกติ คือ 120/80 หรือ ไม่ควรเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท

 

 

 

            ปัจจัยเสี่ยง

·       ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น กรรมพันธุ์ อายุที่เพิ่มขึ้น ประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์

 

        หรือน้ำหนักเด็กแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม

 

·       ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น ความอ้วน ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของไขมันในเลือด

 

        การขาดการออกกำลังกายหรือ เกิดจากการใช้ยาบางชนิด


 

 

ข้อควรระวัง บางรายอาจไม่มีอาการดังกล่าวนี้เลย แต่ก็สามารถเป็นโรคเบาหวานได้

 

·       อาการปัสสาวะบ่อย และอาจจะพบว่าปัสสาวะมีมดตอม

 

·       หิวน้ำบ่อย เนื่องจากต้องทดแทนน้ำที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ

 

  ·        กินเก่ง หิวเก่ง แต่น้ำหนักจะลดลง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาล จึงใช้พลังงานจากการสลายไขมัน

 

           และโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาทดแทน

 

·       คันตามบริเวรผิวหนัง และอาจพบการติดเชื้อราจากบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง

 

·       ตาพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัด

 

·       ชาไม่มีความรู้สึก หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจากระดับน้ำตาลสูง นานๆ ทำให้

 

        เส้นประสาทเสื่อม เกิดแผลที่เท้าได้ง่ายเพราะไม่รู้สึกนั่นเอง

 

                ขอขอบคุณข้อมูลจาก หมออนามัย.com และ ไทยโพสต์

 
   
Copyright 2006 by Bio Panax Development (Thailand) Co., Ltd. E-Mail : Info@biopanax.com