ติดตามเรา
 
ตะกร้าสินค้า
0 รายการ
 
สินค้าขายดี
 

วิตามิน ซี

วิตามินซี มีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างสารที่ทำหน้าที่ยึดเซลล์ในเนื้อเยื่อชนิดเดียวกันให้อยู่ด้วยกัน ได้แก่ เนื้อเยื่อหลอดเลือดฝอย กระดูก ฟัน และพังผืด การขาดวิตามินซี ทำให้มีอาการเลือดออกตามไรฟันหรือที่เรียกว่าโรคลักปิดลักเปิด และอาจมีเลือดออกตามส่วนต่างๆของร่างกาย อาหารที่มีวิตามินซีมากคือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น ส้ม มะนาวและผักสดทั่วไป

วิตามินซีที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้มี 2 ชนิด คือ Ascorbic Acid และ Dehydro Ascorbic Acid วิตามินซี จะช่วยร่างกายในการผลิตและการรักษาระดับของคอลลาเจน (COLLAGEN) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ใช้ในการสร้างกระดูก ฟัน เส้นเอ็นและผิวหนัง ช่วยในการสร้างสารในหลอดเลือดฝอยที่ทำหน้าที่ป้องกันการฟกช้ำดำเขียวหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปแล้วเราทราบมาว่าการรับประทานวิตามิน ซี เป็นประจำทุกวันสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ทำให้ไม่เป็นหวัดบ่อยและหายจากโรคหวัดได้เร็วขึ้น ความคิดนี้สามารถยืนยันได้จากผลการวิจัยที่มีการทำในปี 1970 โดย ดร.ไลนัส พอลลิ่ง ผู้ได้รับรางวัลโนเบลได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "วิตามินซีกับโรคหวัด" เขากล่าวว่าหากเราได้รับ วิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม จะสามารถป้องกันหวัดและถ้าเป็นหวัดก็จะหายเร็วกว่า โดยจะมีวันป่วยน้อยกว่าคนปกติถึง 60% และในปี ค.ศ. 1974 แอนเดอร์สัน และคณะ ทำการทดลองที่ให้ผลในทำนองเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมมากมายที่ทำให้ทราบว่าวิตามินซีมีประโยชน์มากกว่าการป้องกันโรคหวัด ได้แก่

1.เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค วิตามิน ซี มีคุณสมบัติในการทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นวิตามิน ซี ยังช่วยลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้ในร่างกายหรือฮิสตามีน ซึ่งจะถูกกระตุ้นให้มีปริมาณสูงขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารหรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่ถ้าร่างกายมีวิตามินซีเพียงพอก็จะสามารถบรรเทาอาการแพ้ หอบหืด และไซนัสได้

2. ช่วยบำรุงผิว เพราะวิตามิน ซี จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารเพียงพอก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี รวมทั้งวิตามิน ซี ยังช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ทำให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้น ไม่เหี่ยวย่น นอกจากนี้วิตามิน ซี ยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นเนื่องจากวิตามิน ซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้โดยไปช่วยสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ

3. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อกระจก มีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่พบว่า ผู้ที่รับประทานวิตามิน ซี มาอย่างน้อย 10 ปี จะมีโอกาสที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัว ซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึง 77%

แต่การรับประทานวิตามิน ซี จากอาหารอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอ เนื่องจากวิตามิน ซี เป็นวิตามินที่เสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ ความร้อน หรือความชื้น ดังนั้นปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายได้รับจากอาหารแต่ละวันจะไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ  การเลือกรับประทานวิตามิน ซี ให้มีประสิทธิภาพควรรับประทานวิตามิน ซี จากแหล่งธรรมชาติ ที่มีส่วนผสมของไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามิน ซี และทำให้วิตามิน ซี อยู่ในร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้วิตามิน ซี จะถูกใช้ในร่างกายมากกว่าปกติในคนที่สูบบุหรี่หรือคนที่อยู่ใกล้คนสูบบุหรี่ มีการวิจัยพบว่าเด็กที่ผู้ปกครองสูบบุหรี่จะมีปริมาณวิตามินซีในร่างกายลดลงครึ่งหนึ่งของเด็กที่ผู้ปกครองไม่สูบบุหรี่ดังนั้นคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคนสูบบุหรี่หรือสูบบุหรี่เองควรรับประทานวิตามินซี เสริม

การรับประทานวิตามิน ซี เสริมปลอดภัยแม้รับประทานในระยะยาว เพราะวิตามิน ซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ทำให้ร่างกายสามารถขับออกได้ตามปกติโดยทางไต อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิดจากการรับประทานวิตามิน ซี แม้จะรับประทานในปริมาณที่สูง มีผลการวิจัยพบว่าในคนปกติการรับประทานวิตามิน ซี เป็นประจำทุกวันติดต่อกันเป็นระยะเวลานานสามารถรับประทานได้สูงถึง 3,000 มิลลิกรัมโดยไม่มีอันตรายใดๆ สำหรับความต้องการวิตามิน ซี ในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย เช่น

·       ผู้ที่มีอาการเป็นหวัด เป็นโรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม

·       ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ มีความเครียดในร่างกาย ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม

·       ผู้ที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพ ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม

เอกสารอ้างอิง

1.      an H. Vitamin C. Linus Pauling Institute’s Micronutrient Information Center,
http://lpi.oregonstate.edu/infocenter/vitamins/vitaminC

2.      M. Van Straten and P. Josling. Preventing the common Cold with a Vitamin C Supplement: A Double-Blind, Placebo-Controlled Survey. Advances in Therapy 2002; 19(3): 151-159

3.      Anitra C and Balz F. Toward a new recommended dietary allowance for vitamin C based on antioxidant and health effects in humams. Amarican Society for Clinical Nutrition: Am J Clin Nutr 1999; 69:1086-107

4.      Carol S. Johnston, Linda J. Martin and Xi Cai. Antihistamine Effect of Supplemental Ascerbic Acid and Nutrophil Chemotaxis. Journal of American College of Nutrition 1992; 11 (2): 172-176