แอปเปิ้ลไซเดอร์ไวเนการ์ (Apple cider vinegar / ACV)

คือ น้ำส้มสายชูที่ผลิตได้จากผลแอปเปิ้ลสด ซึ่งประกอบด้วยแหล่งของ แร่ธาตุหลายชนิด (เช่น โพแทสเซียม, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, เหล็ก, ทองแดง ฯลฯ), วิตามิน (C, E, B1, B2, B6, P), ไฟเบอร์ (เพคติน; Pectin), เส้นใยอาหาร, สารต้านอนุมูลอิสระ และเอนไซม์ อีกหลายชนิด

น้ำส้มสายชูหมักนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในทางวิทยาศาสตร์ ว่าเป็นหนึ่งในอาหารธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลรูปร่างพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดี

แอปเปิ้ลไซเดอร์ไวเนการ์ สูตรลับความงามของคนรักสุขภาพ

1. การควบคุมน้ำหนัก เพราะมีกลไกที่สำคัญคือ ลดการอยากอาหารและทำให้ไม่รู้สึกหิว ประกอบกับ “กรดแอซิติก” ในแอปเปิ้ลไซเดอร์ไวเนการ์ จะช่วยสลายไขมัน โดยการดึงไขมันออกจากเซลล์เพื่อนำไปเผาผลาญเป็นพลังงาน และช่วยลดการเก็บกักไขมันในร่างกาย ประกอบกับช่วยบล็อกการดูดซึมน้ำตาลและไขมันไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย * การทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ไวเนการ์ ร่วมกับ แอล-คาร์นิทีน และชาเขียว จะส่งผลให้การเผาผลาญไขมัน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ประโยชน์ในการดูแลความงาม เนื่องจาก มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ จึงช่วยปิดรูขุมขนและปรับสมดุลให้กับผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่มและกระจ่างใสขึ้น และช่วยชะลอการเสื่อมของผิวพรรณ รวมทั้งมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบของสิว นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผม และช่วยขจัดรังแค

3. ช่วยระบบย่อยอาหารและกำจัดสิ่งตกค้าง เพราะช่วยเพิ่มสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร จึงช่วยให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารดีขึ้น ทั้งยังมีสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง จึงช่วยขับสารพิษและสิ่งตกค้างออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการล้างสารพิษโดยเฉพาะที่ตับ (detox) โดยการสร้างเซลล์ใหม่ และช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

* การทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ไวเนการ์ ร่วมกับ ชาเขียว จะส่งผลให้การกำจัดสิ่งตกค้างออกจากร่างกาย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อแนะนำรับประทาน : รับประทานครั้งละ 400 มก. ก่อนอาหาร วันละ 1 - 3 ครั้ง

ตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอปเปิ้ลไซเดอร์ไวเนการ์

1. ชาเขียว (Green Tea) ซึ่งอุดมไปด้วยสารประกอบประเภท โพลีฟีนอล (Polyphenols) โดยเฉพาะสารซึ่งพบมากที่สุดในชาและมีประโยชน์กับสุขภาพมากที่สุด ได้แก่ “สารแคทีชิน” (catechin) ซึ่งมีคุณสมบัติ คือ

- เป็นสาร Antioxidant ที่ช่วยจัดการ ions ของโลหะหนัก และอนุมูลอิสระ จึงช่วยขับสารพิษและสิ่งตกค้างออกจากร่างกาย ประกอบกับจัดการอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำร้ายเซลล์ผิว รวมถึงเซลล์ต่างๆของร่างกายอันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง

- ยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างไขมันและลดการดูดซึมไขมันในลำไส้ และกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน โดยการชะลอการสร้างอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งเสริมให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ดังนั้นร่างกายจึงเผาผลาญไขมันมากกว่าเดิม แทนที่จะสะสมไขมัน จึงส่งผลดีในด้านการลดน้ำหนักและลดไขมันส่วนเกิน

คำแนะนำ

- การรับประทานชาเขียวในรูปของแคปซูล ปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ 250-300 มิลลิกรัม

- ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชาเขียวจะต้องมี Polyphenols เท่ากับ 50-97% เป็นปริมาณมาตรฐาน

2. แอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) มีกลไกที่สำคัญ คือ การลำเลียงกรดไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย ซึ่งมีงานวิจัยสนับสนุนที่น่าสนใจ คือ จากผลการนำเอาเซลล์ไขมันของคนอ้วนมาวิเคราะห์ พบว่า ในเนื้อเยื่อแทบจะไม่มี แอล-คาร์นิทีน อยู่เลย จึงทำให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินตามร่างกาย ซึ่งการทดลองต่อมาได้แบ่งคนอ้วนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้รับประทาน แอล-คาร์นิทีน ขนาด 2,000 มก./วัน อีกกลุ่มได้รับยาหลอก โดยทั้งสองกลุ่มได้รับอาหารและมีการออกกำลังกายเท่าๆกัน หลังจากนั้น 3 เดือน พบว่ากลุ่มที่ได้รับ แอล-คาร์นิทีน น้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย 5 กิโลกรัม ขณะที่อีกกลุ่มลดลงเฉลี่ยไม่ถึง 1 กิโลกรัม


เอกสารอ้างอิง

1.Salcido Y. (2010). Apple cider vinegar. Herbal Legacy Newsletter.

2.Beneficial effect of green tea: A literature review

3.http://en.wikipedia.org/wiki/Apple_cider_vinegar

4.หนังสือ Dietary Supplement 3rd Edition (2007). Pamela Mason. Pharmaceutical Press. Chicago pp.171-175.

5.Alternative Medicine Review Monographs

6.Effects of Green Tea and EGCG on Cardiovascular and Metabolic Health

7.Green tea catechins and cardiovascular health: an update

8.Effects of L-carnitine on obesity, diabetes, and as an ergogenic aid

9.The role of carnitine and carnitine supplementation during exercise in man and individuals with special need

10.Encyclopedia of Nutritional supplements