เลซิติน (lecithin)

เลซิติน (lecithin) พบมากทั้งในไข่แดง นม สมอง ตับ ไต ถั่วเปลือกแข็ง ปลา ธัญพืช น้ำมันพืช และสัตว์ต่างๆ การผลิตเลซิตินสามารถผลิตได้จากทั้งไข่แดงและน้ำมันถั่วเหลือง แต่เลซิตินที่ได้จากถั่วเหลืองมีคุณภาพดีกว่าจากไข่แดง เนื่องจากมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ดังนั้นเลซิตินที่สกัดจากถั่วเหลืองจึงเป็นที่นิยมมากกว่าเลซินตินจากไข่แดง

เลซิตินที่ดีจะต้องมีสารประกอบอื่นๆ เช่น น้ำมัน คาร์โบไฮเดรต ปะปนมาในปริมาณน้อย แต่ต้องมีส่วนประกอบของฟอสโฟลิปิดในปริมาณสูงโดยเฉพาะฟอสฟาทิดิลโคลีน


ประโยชน์ของเลซิติน

-ช่วยในการเสริมสร้างความจำ เลซิตินมีสารโคลีน ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสารสื่อนำประสาทที่เรียกว่า อะเซทธิลโคลีน (Acethyl Choline) สารสื่อนำประสาทนี้เมื่อเพิ่มขึ้นจะมีผลในการเสริมสร้างความจำและลดอาการหลงลืมในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้มีระดับโคลีนในร่างกายต่ำจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้า จิตใจหดหู่ หลงลืมและไม่มีสมาธิ และโคลีนยังช่วยในการควบคุมปริมาณฮอร์โมน วาโสเพรสซิน (Vasopressin) ซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้และความจำ การควบคุมปริมาณของปัสสาวะ และควบคุมความดันโลหิต จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของ อเดลล์ เดวิส นักโภชนาการชาวสหรัฐ ได้รายงานว่าในร่างกายของคนที่มีสุขภาพดี จะมีสารเลซิตินอยู่ในสมองถึง 30% ของน้ำหนักทั้งหมด

นอกจากนั้น ปัจจุบันการรักษาทางการแพทย์ได้ใช้เลซิตินในการบำบัดโรคทางสมองต่าง ๆ เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคทางสมอง ที่เกิดจากเซลล์ประสาทขาดสาร Acetylcholine หรือคนชราที่ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม พบว่าบางคนอาจจะมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับประทานเลซิติน วันละ 25 กรัม และการศึกษาในผู้ที่เป็นโรคความจำเสื่อมระยะเริ่มแรก พบว่าการให้โคลีนเป็นระยะเวลา 6 เดือนจะช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ หรือการให้โคลีนร่วมกับยาที่ใช้รักษาก็ทำให้มีการพัฒนาความสามารถที่ต้องใช้ความจำด้วย สำหรับสภาพสังคม ในปัจจุบันมนุษย์ส่วนใหญ่จะมีการเครียดสูง หลงลืม นอนไม่หลับ และอารมณ์เสียง่าย ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเส้นประสาทเสื่อม พบว่าอาการดังกล่าวอาจบำบัดได้โดย

การรับประทานเลซิติน

-ควบคุมระดับโคเลสเตอรอล เลซิตินจะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้ไขมันหรือคอเลสเตอรอลและน้ำรวมตัวกันได้ ทำให้ไขมันหรือคอเลสเตอรอลไม่เกาะติดกับผนังเส้นเลือด และเกิดการอุดตัน นอกจากนั้นกรดไขมันที่พบในเลซิตินส่วนใหญ่จะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและโรคอ้วนได้อีกด้วย

- ช่วยสลายนิ่วที่เกิดจากสารคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีและป้องกันไม่ให้เกิดนิ่ว

-ช่วยบำบัดโรคตับและช่วยป้องกันไม่ให้ตับทำงานผิดปกติ ฟอสฟาทิดิลโคลีน มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติจากยา แอลกอฮอล์ สารเคมี สารพิษต่างๆ ที่มีส่วนในการทำลายตับ ดังนั้นเลซิตินจึงมีบทบาทในการช่วยบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ตับ ชะลอการสะสมไขมันในตับ ลดความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับได้ มีผลในการเร่งการเผาผลาญไขมันในตับรวมถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

-ช่วยในการดูดซึมวิตามินบีหนึ่งเพิ่มขึ้นในตับและเพิ่มการดูดซึมวิตามินเอในลำไส้

- ลดการเสื่อมของหลอดเลือดแดง และ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของไต


การรับประทานเลซิติน

- สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับคลอเลสเตอรอล วันละ 5 กรัม

- สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงตับและไต วันละ 5 กรัม

- สำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงสมองและระบบประสาท วันละ 3 กรัม

- สำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนัก วันละ 3-5 กรัม