Royal Jelly (นมผึ้ง)

คืออะไร

เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่พบในธรรมชาติ ซึ่งแม้จะมีการเรียกอีกชื่อว่า “นมผึ้ง” แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่นม แต่เป็นสารอาหารที่ผลิตขึ้นโดยผึ้งงาน หรือผึ้งนางพยาบาล ซึ่งจะถูกขับออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงค์ (Hypo-Pharyngeal Gland) ที่ส่วนหัวของผึ้งงาน และต่อมน้ำลาย (Mandibular Gland) มีลักษณะเป็นครีมสีเหลืองหรือขาวขุ่น หนืด กลิ่นเปรี้ยว รสชาติเผ็ดเล็กน้อย

โดยผึ้งงานจะคายนมผึ้งออกมาใส่ลงในรวงผึ้งตัวอ่อน เพื่อใช้เป็นอาหารเร่งการเจริญเติบโตไปเป็นผึ้งงาน ในขณะที่ตัวอ่อนเหล่านี้ได้รับนมผึ้งเป็นอาหารเพียง 3 วันเท่านั้น แต่ผึ้งนางพญาจะได้รับนมผึ้งเป็นอาหารไปตลอดชีวิต นมผึ้งจึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า“วุ้นนางพญา” เป็นผลให้ผึ้งนางพญา มีรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง และมีอายุยืนยาวกว่าผึ้งชนิดอื่น สามารถสืบพันธุ์และออกไข่ได้ตลอดจนกว่าจะสิ้นสุดอายุขัย


ส่วนประกอบที่มีประโยชน์ในรอยัลเจลลี่

- 10-HDA (10-Hydroxy-2-Decenoic acid) : เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบได้ในนมผึ้งเท่านั้น ช่วยควบคุมระบบต่างๆภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ, กระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะในส่วนที่บาดเจ็บหรือเกิดบาดแผล, กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และมีการออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen)

- กรดอะมิโน : เป็นสารอาหารที่พบมากที่สุดในนมผึ้ง ซึ่งพบว่ามีกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกายครบเกือบทุกชนิด เช่น ลิวซีน,ฟีนีลอะลานีน,วาลีน, ไลซีน,ไอโซลิวซีน,เมทไทโอนีน,ทรีโอนีน,ฮีสทีดีน,ซีรีน,กรดแอสพาร์ติก,กรดกลูตามิก,กลูตามีน,โพรลีน,ไกลซีน,อะลานีนซีสทีนไทโรซีน,แอสพาราจีน, อาร์จินีน,ทอรีน,กรดแกมมา

-อะมิโนบิวทิริก หรือ (GABA) เป็นต้น

- วิตามินต่างๆ : เช่น วิตามินซี,วิตามินเอ,วิตามินดี,วิตามินอี,วิตามินบี1,บี2,บี3,บี5,บี6,บี9,บี12 และไบโอติน

- แร่ธาตุ หลายชนิด : เช่น แคลเซียม,แมกนีเซียม,สังกะสี,เหล็ก,โพแทสเซียม,แมงกานีส,ทองแดง เป็นต้น

- ฮอร์โมน : เช่น ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone),ฮอร์โมนเพศหญิง (Progesterone) เป็นต้น

 

ประโยชน์ของนมผึ้ง (Royal Jelly)

คงความอ่อนเยาว์, ลดริ้วรอยก่อนวัย

นมผึ้ง เป็นแหล่งของ วิตามิน เอ, ซี และอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในการช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งปรับสภาพผิวให้มีความยืดหยุ่นและช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกต่างๆ ประกอบกับช่วยสร้างเซลล์ผิวขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพไปตามวัย เป็นผลให้ผิวยังคงซึ่งความอ่อนเยาว์

ปรับความสมดุลของฮอร์โมน

นมผึ้งจัดเป็นฮอร์โมนทดแทนที่มาจากธรรมชาติ100% ช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศส่งผลดี คือ ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการสร้างอสุจิในเพศชาย และช่วยบรรเทาอาการผิดปกติในช่วงมีประจำเดือนในเพศหญิง และยังลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยทอง เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศอยู่ในระดับต่ำ ทำให้อารมณ์แปรปรวน,ร้อนวูบวาบ,ปวดตามเนื้อตัว,ซึมเซา,นอนไม่หลับ เป็นต้น และสำหรับในเพศหญิงนั้น การที่มีฮอร์โมนทดแทนจากธรรมชาติเข้ามาเติมเต็มในร่างกายนั้น ยังส่งผลดีในเรื่องของผิวพรรณ รวมทั้งเพิ่มความกระชับเต่งตึงในส่วนต่างๆของร่างกายได้อีกด้วย

ลดอาการอ่อนเพลีย และคลายความเครียด

เพราะในนมผึ้ง มีสารอินโนซิทอล(Inositol) ซึ่งเป็นสารต้านความเครียดและยังเป็นแหล่งของสารอาหารที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของวิตามินบีรวม ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการเผาผลาญของคาร์โบไฮเดรต,โปรตีน,ไขมัน และน้ำตาลให้เป็นพลังงาน ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย

เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรค 10-HDA(10-Hydroxy-2-Decenoic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบเฉพาะในนมผึ้งเท่านั้น กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และยังพบว่าสารแกมมา-โกลบูลิน (Gamma-Globulins) ในนมผึ้งก็เป็นอีกตัวช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง โดยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสามารถต้านทานโรคและทำลายเชื้อโรคต่างๆได้ดียิ่งขึ้น บางงานวิจัยยืนยันว่า สามารถลดอาการโรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) ในระยะเริ่มแรกได้อีกด้วย

ลดระดับไขมันในเส้นเลือด

สาเหตุหลักของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและไขมันอุดตัน เป็นผลมาจากการมีระดับไขมันในเลือดสูง ซึ่งมักเกิดจากความบกพร่องของการเผาผลาญไขมัน ทำให้ในกระแสเลือดมีปริมาณไขมันอยู่มากเกินไป จนเริ่มเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตสูงกระทั่งเกิดการไขมันอุดตัน ซึ่งพบว่า นมผึ้งจะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญไขมันที่เสื่อมประสิทธิภาพให้กลับมาเป็นปกติ ประกอบกับมีอะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือด และไอโนซิทอล (inositol) ซึ่งช่วยลดคลอเลสเตอรอลและขจัดไขมันที่ตกค้างในตับ ถือเป็นประสิทธิภาพที่ทำงานร่วมกัน ทำให้ส่งผลดีต่อการทำงานของระบบเลือด

 

ผู้ที่ควรรับประทานนมผึ้ง (Royal Jelly)

- ผู้ที่สุขภาพไม่แข็งแรง หรือรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่

- ผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพทางด้านความงาม

- ผู้กำลังเข้าสู่วัยทอง หรือผู้ที่มีความผิดปกติเนื่องจากระดับฮอร์โมนเพศไม่สมดุล

- ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้น

- ผู้ที่มักมีอาการอ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้า

- ผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันโรคทำงานขาดประสิทธิภาพ

- ผู้มีระดับไขมันในเลือดสูง